ReadyPlanet.com
dot dot
bulletแผ่นที่โรงงาน
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletเครื่องสีข้าวของเรา
bulletลงประกาศฟรี
dot
Newsletter

dot


Vdo เกี่ยวกับขยะ
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


บทความเชิงวิศวกรรม


องค์กร บริษัท อิศวภาเอ็นจิเนีย เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ...2545..... จนถึงปัจจุบัน
โดยคณะผู้ก่อตั้งที่มีคุณวุฒิ ประกอบด้วย   วรสิทธิ์  อิศวภา  ผู้จัดการหุ้นส่วน

ประวัติโดยย่อของเรา มีดังนี้

1.ได้ดำเนินการ ......ผลิตเครื่องสีข้าว  www.เครื่องสีข้าว.com.....

2. ได้ดำเนินการ ....ผลิตเตาเผาปลอดมลพิษ www.เตาเผาขยะ.com..........................................

สินค้าและบริการของเรา ประกอบด้วย งานออกแบบซ่อมแซม ลดมลพิษ

การออกแบบงานเตาเผาขยะ เชิงวิศวกรรม

 

 ลักษณะทางเคมีของขยะมูลฝอยชุมชน

ลักษณะทางเคมีขององค์ประกอบของขยะมูลฝอยชุมชนมีความสำคัญ ต่อการประเมินทางเลือกในกระบวนการกำ จัดขยะมูลฝอย เช่น การใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้จำ เป็นต้องทราบองค์ประกอบของขยะมูลฝอยก่อน เนื่องในขยะมูลฝอยจะมีสารที่เผาไหม้ได้และสารที่เผาไหม้ไม่ได้ รวมทั้งค่าความชื้นในขยะมูลฝอย ข้อมูลของคุณสมบัติทางเคมีสำคัญมาก ในการประเมินความเป็นไปได้ของการแปลงรูปหรือการคืนรูปของขยะมูลฝอย เช่นการพิจารณาใช้วิธีการกำ จัดขยะมูลฝอยนั้นๆ โดยหวังจะได้พลังงานความร้อนมาใช้ประโยชน์ ส่วนประกอบทางเคมีที่สำคัญได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน ซัลเฟอร์ และขี้เถ้า ตารางที่ 2.2 แสดงค่าเฉลี่ยทั่วไปของส่วนประกอบทางเคมีของขยะมูลฝอยที่เผาไหม้ได้ สำ หรับค่าพลังงานความร้อนนอกจากวัดค่าได้โดยตรงจากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องพลังงานจุดระเบิด หรืออาจหาได้จากการคำ นวณจากส่วนประกอบทางเคมี
 
 
 
 
- หลักการเผาไหม้
การเผาไหม้เป็นการเกิดปฎิกิริยาอย่างรวดเร็วของออกซิเจนกับส่วนประกอบที่เผาไหม้ได้ของเชื้อเพลิง สารเผาไหม้ได้มีส่วนประกอบทางเคมีที่สำ คัญ 3 อย่าง ได้แก่ คาร์บอน, ไฮโดรเจนและซัลเฟอร์ทั้งนี้ซัลเฟอร์จะมีความสำ คัญน้อยในการเป็นแหล่งความร้อน แต่มีความนัยสำ คัญในกรณีที่ทำ ให้เกิดการกัดกร่อน และปัญหามลพิษส่วนคาร์บอนและไฮโดรเจนเมื่อถูกเผาไหม้โดยสมบูรณ์กับออกซิเจน สามารถแสดงได้ตามสมการที่ 2.3 และ 2.4
C + O2 = CO2 + 32,797 kJ/kg ของ คาร์บอน (2.3)
2H2 + O2 = 2H2 + 142,119 kJ/kg ของ ไฮโดรเจน (2.4)
ปฏิกิริยาของการเผาไหม้จะเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic) และจะปล่อยความร้อนออกมาประมาณ 32,797 kJ/kg ของคาร์บอนที่ถูกเผาไหม้และ 142,119 kJ/kg ของไฮโดรเจนถูกเผาไหม้ ในการเผาไหม้ที่ดีจะต้องปล่อยความร้อนออกมาทั้งหมด ขณะที่เกิดการสูญเสียจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และการใช้อากาศส่วนเกินน้อยที่สุด การรวมกันของส่วนประกอบที่เผาไหม้ได้และองค์ประกอบของเชื้อเพลิงกับออกซิเจนต้องการ อุณหภูมิที่สูงเพียงพอที่จะทำ ให้องค์ประกอบต่างๆ ติดไฟ (Ignite) การผสมกันหรือการปั่นป่วน (Mixing or Turbulence) และเวลาที่เพียงพอที่จะ
ทำ ให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์การคำ นวณการเผาไหม้ในรูปของส่วนผสมแก๊ส (Gaseous Mixture) สามารถแสดงโดย
โมล เพราะปริมาตรที่เท่ากันของแก็สที่ความดัน และอุณหภูมิหนึ่งจะมีจำ นวนโมเลกุลเท่ากันตามกฎของอะโวกราโด (Avogradro’s law) และนํ้าหนักของแก๊สที่ปริมาตรเท่ากันเป็นสัดส่วนกับนํ้าหนักโมเลกุลของแก๊สนั้น
- ความร้อนจากการเผาไหม้
ความร้อนจากการเผาไหม้จะเกี่ยวข้องกับนํ้าหนักและปริมาตรของเชื้อเพลิงกับออกซิเจนหรืออากาศในกระบวนการเผาไหม้ภายในเตาเผา พลังงานความร้อนเกิดจากสารที่เผาไหม้ได้แต่ละตัวกับออกซิเจน ซึ่งการเผาไหม้ต้องดำ เนินไปจนกระทั่งให้ผลิตภัณฑ์สุดท้าย 1 kg ของคาร์บอนทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำ ให้เกิดความร้อนประมาณ 32,564 kJ พลังงานนี้เป็นการเกิดปฏิกิริยาในขั้นตอนเดียวเพื่อสร้าง CO2 แต่ถ้าภายใต้เงื่อนไขอื่น พลังงานจะแยกออกเป็น 2 ขั้นตอน ในขั้นตอนแรกจะเป็นคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) ซึ่งจะให้ความร้อนประมาณ 9,211 kJ ของคาร์บอน และในขั้นที่สองของคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) จะรับพลังงานเพื่อรวมกันเป็น CO2 และปล่อยพลังงานออกมา 23,586 kJ/g ของคาร์บอน ถึง 33,366.5 kJ/g ของคาร์บอน อย่างไรก็ตามผลรวมของความร้อนที่ถูกปล่อยทั้งสองขั้นตอนเท่ากับ 32,797 kJ/g ของคาร์บอน เมื่อคาร์บอนถูกเผาไหม้เพื่อให้เกิด CO2เป็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายการออกแบบเครื่องมือที่ใช้ในการเผาไหม้วิธีการเผาไหม้จะต้องเป็นการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ระหว่างเชื้อเพลิงกับออกซิเจนและเกิดเป็น CO2 ไม่ควรเกิดเป็น CO แต่ถ้าคาร์บอนรวมตัวกันเป็น
CO แทนที่จะเป็น CO2 พบว่ามีการสูญเสียความร้อนที่ปล่อยออกมาประมาณร้อยละ 28 ของความร้อนที่ใช้ประโยชน์ (Available Heat) ของคาร์บอนที่ถูกปล่อยจากเชื้อเพลิง
- การวัดความร้อนจากการเผาไหม้
หน่วยความร้อนของการเผาไหม้เชื้อเพลิงมีหน่วยเป็น kJ หรือ kcal ค่าความร้อนของการเผาไหม้สามารถหาได้โดยใช้คาลอรี่มิเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดความร้อนที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างการเผาไหม้ ผลิตภัณฑ์จากการเผาไหม้ในคาลอรี่มิเตอร์จะถูกทำ ให้เย็นลงที่อุณหภูมิเริ่มต้นและความร้อนที่ถูกดูดโดยตัวกลางที่เย็น ซึ่งจะเป็นตัวที่วัดค่าเพื่อหาค่าความร้อนสูงหรือความร้อนทั้งหมดของการเผาไหม้ (Higher or Gross Heat of Combustion)สำ หรับเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งและเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลว ใช้คาลอรี่มิเตอร์แบบบอมบ์(Bomb Calorimeter) ซึ่งสารที่เผาไหม้ได้จะถูกเผาในปริมาตรที่คงที่ของออกซิเจน ทำ ให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ความร้อนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะถูกดูดซับ และวัดค่าสำ หรับเชื้อเพลิง คาลอรี่มิเตอร์ ใช้ชนิดต่อเนื่อง หรือชนิดการไหลที่คงที่
- อุณหภูมิของจุดติดไฟ
อุณหภูมิของจุดติดไฟ หมายถึง อุณหภูมิซึ่งความร้อนที่เกิดจาการเผาไหม้มากกว่าความร้อนที่สูญเสียไปกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นกระบวนการเผาไหม้กลายเป็นกระบวนการดำ เนิน การได้เอง(Self - Sustaining) อุณหภูมิติดไฟและสารที่เผาไหม้ได้จะแปรตามชนิดของสารนั้น แสดงดังตารางซึ่งแสดงอุณหภูมิต่ำวัสดุ และชว่ งของอณุ หภมิใ นอากาศสำ หรับเชื้อเพลิงและองค์ประกอบของสารเผาไหม้ได้ของเชื้อเพลิง มีตัวแปรหลายอย่างที่มีผลต่ออุณหภูมิการติดไฟ เช่น ความดัน,ความเร็ว, ระบบที่ล้อมรอบ (Enclose Configuration) วัสดุที่เป็นตัวเร่ง (Catalytic Materials) การผสมกันของอากาศ, เชื้อเพลิง, และจุดที่ติดไฟมีตัวแปรอย่างอุณหภูมิติดไฟ (Ignition Temperature)จะลดลงกับการเพิ่มขึ้นของความดันและเพิ่มขึ้นเมื่อความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้น
 
 
 
 
หลักการทำ งาน
การกำจัดขยะมูลฝอยโดยการใช้เตาเผาเป็นวิธีการกำ จัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพที่ดีมากวิธีหนึ่งสามารถลดปริมาณขยะมูลฝอยลงได้ประมาณร้อยละ 70-90 อาศัยลักษณะสมบัติของขยะมูลฝอยซึ่ง สามารถติดไฟได้ภายในเตาเผา โดยมีอากาศหรือเชื้อเพลิงเสริมภายใต้อุณหภูมิความดันที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาดของเตาเผาแต่ละประเภท ผลที่ได้จากปฏิกิริยาเผาไหม้จะเกิดก๊าซชนิดต่าง ๆ ไอนํ้า ฝุ่น และขี้เถ้า อุณหภูมิเผาไหม้ขั้นสุดท้ายภายในเตา โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงระหว่าง 650-1200 องศาเซลเซียส ขั้นตอนการกำ จัดขยะมูลฝอยโดยการเผา นอกเหนือจากเตาเผาแล้วยังมี
ส่วนอุปกรณ์เสริมภายในระบบเตาเผาอีกด้วยขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของเตาเผามีดังนี้
- ขบวนการกำ จัดเถ้า (Residue Handling Process) - ขบวนการทำ ให้ไอเสียเย็นลง (Flue Gas Cooling Process)
- ขบวนการกำ จัดไอเสีย (Flue Gas Treatment Process) - ขบวนการกำ จัดนํ้าเสีย (Waste Water Treatment Process)
-ขบวนการใช้ความร้อนที่ได้จากการเผาขยะมูลฝอยให้เป็นประโยชน์ (Waste Heat Utilization Process)
 
 
 
แน่นของขยะมูลฝอยและปริมาณความชื้นในขยะมูลฝอย
1. นํ้าหนักจำ เพาะ (Specific Weight) นํ้าหนักจำ เพาะของขยะมูลฝอย หมายถึง นํ้าหนักวัสดุต่อหน่วยของปริมาตรเช่น lb/ft3 หรือ kg/m3 ซึ่งแทนด้วยความหนาแน่นของขยะมูลฝอยนั้น เนื่องจากนํ้าหนักจำ เพาะของขยะมูลฝอยขึ้นอยู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของสถานที่นั้น ฤดูกาล ช่วงเวลาที่ขยะมูลฝอยนั้นถูกเก็บกักไว้ ขยะมูลฝอยชุมชนที่ถูกเก็บโดยรถเก็บขยะมูลฝอยแบบอัดพบว่ามีค่านํ้าหนักจำ เพาะอยู่ประมาณ 180 kg/m3 ถึง 415 kg/m3 หรือประมาณ 296 kg/m3 แสดงดังตาราง
2. ปริมาณความชื้นในขยะมูลฝอย (Moisture Content) ปริมาณความชื้นในขยะมูลฝอยโดยทั่วไปแล้วจะระบุค่าเป็นร้อยละของความชื้นในปริมาณโดยนํ้าหนักของขยะมูลฝอยเปียกหรือแห้งแล้วแต่กรณี ค่าประมาณความชื้นของส่วนประกอบต่างๆในขยะมูลฝอยแสดงดังตารางที่ 2.1 สำ หรับขยะมูลฝอยรวบรวมจากชุมชน มักมีค่าความชื้นประมาณร้อยละ 15-40 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของขยะมูลฝอยนั้นๆ ฤดูกาล และสภาพอากาศโดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก ซึ่งค่าความชื้นของขยะมูลฝอยจะขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของขยะมูลฝอยนั้น ฤดูกาลของปี ความชื้นในอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝนซึ่งเป็นตัวที่ทำ ให้ปริมาณค่าความชื้นในขยะมูลฝอยมีค่าสูงขึ้น จากรายงานการศึกษา Country Status Report Solid Waste Management in Thailand (Environmental Health Division, 1989) พบว่าค่าความชื้นของขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานครมีค่าประมาณร้อยละ 55






Worasit0177@gmail.com

บริษัท ....................................................
ที่อยู่ :  เลขที่ ..........................................เขต :  ................. แขวง : ........................
จังหวัด :................     รหัสไปรษณีย์ : ..............
เบอร์โทร :  .................     มือถือ :  ......................
อีเมล : ..........................................................
เว็บไซต์ : ........................................................